รู้จัก "รถกระบะไฟฟ้า" ทางเลือกใหม่ ช่วยทุ่นแรง พร้อมลดค่าใช้จ่าย

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ต้นทุนในการขนส่งสินค้าดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาน้ำมันและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการหลายรายต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้ง จึงหันมามองหาตัวเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของต้นทุนการขนส่งและการขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ รถกระบะไฟฟ้า หรือ รถบรรทุกไฟฟ้าขนาดเล็ก นั่นเอง บทความนี้ สบายรถไฟฟ้า (Sabai eBike) จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าทำไมรถกระบะไฟฟ้า จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในตอนนี้
ทำไมรถกระบะไฟฟ้า จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ?
รถกระบะไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะคันใหม่ เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้า ผลผลิต หรืออุปกรณ์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และคนที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้
ข้อดีของการใช้รถกระบะไฟฟ้า
เมื่อพูดถึงข้อดีของรถไฟฟ้า หรือรถกระบะไฟฟ้า คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วมันมีข้อดีและประโยชน์มากกว่านั้น ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าที่คิด, ต้นทุนค่าพลังงานเชื้อเพลิง, น้ำหนักการบรรทุกของที่รองรับ, ความง่ายและความคล่องตัวในการขับขี่ และยังรวมไปถึงการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยากอีกด้วย
บรรทุกของได้เยอะ หลักร้อย-พันกิโลกรัม
รถกระบะไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการบรรทุกของหรือขนส่งสินค้า เช่นเดียวกันกับรถกระบะทั่วไป แต่ขนาดของตัวรถโดยรวมจะเล็กกว่า ด้านหน้าจะมีเพียงที่นั่งสำหรับคนขับ 1 คนเท่านั้น ส่วนด้านหลังจะเป็นกระบะขนาดใหญ่ สำหรับบรรทุกของอย่างเต็มที่ แม้จะมีขนาดเล็ก แต่มีความแข็งแรงและมีศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นคงและสามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 1,000 กิโลกรัม หรือมากกว่า (ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น)
ต้นทุนพลังงานไม่แพง
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จแบตเตอรี่รถกระบะไฟฟ้านั้นถูกกว่าค่าน้ำมันหลายเท่าตัว จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ลองคำนวณคร่าว ๆ จากค่าน้ำมันดีเซลในวันที่ 5 พ.ย. 2568 ราคา 31.00 บาท/ลิตร สามารถขับได้ประมาณ 12 กิโลเมตร เฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 2.58 บาท
ส่วนค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟฟ้าที่บ้านของรถกระบะไฟฟ้า จะอยู่ที่ประมาณ 2.80 - 4.20 บาท/kWh หรือเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 0.42 - 0.63 บาทเท่านั้น ดังนั้น ค่าชาร์จไฟของรถกระบะไฟฟ้า จึงถูกกว่าค่าน้ำมันถึง 3-4 เท่า
ชิ้นส่วนน้อย ค่าซ่อมถูก
โครงสร้างของรถกระบะไฟฟ้ามีความซับซ้อนน้อยกว่ารถกระบะแบบน้ำมัน เพราะไม่มีเครื่องยนต์, ระบบเกียร์, หม้อน้ำ, ระบบไอเสีย หรือการใช้ของเหลวสิ้นเปลือง ทำให้ชิ้นส่วนที่ต้องดูแลน้อยลงตามไปด้วย เน้นดูแลเฉพาะชิ้นส่วนประกอบหลักอย่างแบตเตอรี่ ยาง และระบบเบรกก็เพียงพอแล้ว ค่าใช้จ่ายในการซ่อมไม่แพง และร้านขายรถไฟฟ้าบางแห่ง อย่างสบายรถไฟฟ้ายังมีศูนย์ซ่อมในตัว ฟรีค่าแรงช่าง และรับประกันนานสูงสุด 5 ปีอีกด้วย
สมดุลมั่นคง ขับง่าย คล่องตัว
รถกระบะไฟฟ้าจะมีการติดตั้งแบตเตอรี่ไว้ที่ส่วนล่างของตัวรถ ทำให้มีศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้รถวิ่งนิ่งและเกาะถนนได้ดีมาก เลี้ยวและเข้าโค้งง่าย ไม่ล้ม ผู้สูงอายุสามารถขับได้ นอกจากนี้ ตัวรถยังมีขนาดเล็กกะทัดรัดและมีระบบการทำงานที่ไม่ซับซ้อนด้วย ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย ขับสบาย จะขับเข้าซอยเล็ก หรือขับไปในสวนในไร่ก็สะดวก แถมยังจอดง่ายไม่เปลืองพื้นที่อีกด้วย
ไร้ควัน ไร้เสียง ไร้มลพิษ
ข้อดีของรถกระบะไฟฟ้าที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือเสียงเงียบ ทำให้ไม่รบกวนผู้อื่นขณะที่ขับในแหล่งชุมชน ในหมู่บ้าน หรือในบริเวณที่ต้องการความสงบอย่างโรงเรียน โรงพยาบาล รีสอร์ต โรงแรม ไม่เพียงแค่นั้นยังไม่ปล่อยควันไอเสียหรือควันดำออกมาด้วย ทำให้ตอบโจทย์กับการนำไปใช้ในพื้นที่ที่ทำการเกษตรและพื้นที่ที่เลี้ยงสัตว์อย่างมาก
ดูแลรักษาง่าย ไม่ยุ่งยาก
ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะไฟฟ้า, รถบรรทุกไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสามล้อ มีหลังคา, รถสามล้อเพื่อการเกษตร, รถไฟฟ้าผู้สูงอายุ, รถไฟฟ้า 2 ล้อ หรือรถไฟฟ้าประเภทใด ก็มีการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก และถ้าหากดูแลรถไฟฟ้าได้อย่างถูกวิธี ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีกนานหลายปี
- ชาร์จแบตเตอรี่เพียง 6-8 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ควรชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน
- แนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันแบตหมดกลางทาง
- ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือต่ำกว่า 30% หรือหมดเกลี้ยง
- ห้ามขับรถกระบะไฟฟ้าไปลุยน้ำท่วม หรือน้ำขังที่สูงกว่าระดับที่วางเท้า
- ไม่บรรทุกสิ่งของเกินน้ำหนักที่กำหนดไว้ และวางของอย่างสมดุล
- จอดรถ/ชาร์จแบตเตอรี่ในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทสะดวก
- ตรวจเช็กลมยาง สายไฟ และขั้วแบตเตอรี่เป็นประจำ
- ตรวจการทำงานของเบรกก่อนใช้งานทุกครั้ง
- หากใช้งานน้อย แนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง
แนะนำรถกระบะไฟฟ้า จาก สบายรถไฟฟ้า
รถกระบะไฟฟ้า รุ่น KP-160
รถกระบะไฟฟ้า รุ่น KP-160 ประกอบแล้ว พร้อมใช้งานทันที ขนาด 97 x 278 x 135 เซนติเมตร รองรับน้ำหนักได้ 500+ กิโลกรัม วิ่งได้ไกลต่อเนื่อง 60 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ราคา 42,900 บาท

รถกระบะไฟฟ้า รุ่น KP-180
รถกระบะไฟฟ้า รุ่น KP-180 มีบังโคลนด้านหน้าและหลังคา ช่วยกันแดดกันฝน บรรทุกของได้เยอะจุใจ รองรับน้ำหนักได้มากถึง 1,000 กิโลกรัม ขนาด 120 x 295 x 166 เซนติเมตร วิ่งได้ไกลต่อเนื่อง 50 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 30-35 กิโลเมตร/ชั่วโมง ราคา 54,900 บาท

รถกระบะไฟฟ้า รุ่น ZJ150
รถกระบะไฟฟ้า รุ่น ZJ150 มาในดีไซน์ทันสมัย มีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีดำ สีฟ้า สีเทาอ่อน และสีเขียว ขนาด 113 x 288 x 135 เซนติเมตร รองรับน้ำหนักได้ 800 กิโลกรัม วิ่งได้ไกลต่อเนื่อง 60 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 55 กิโลเมตร/ชั่วโมง ราคา 49,900 บาท

สรุป
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมรถกระบะไฟฟ้า ถึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และเหล่าพ่อค้าแม่ค้าเลือกซื้อมาใช้งาน อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อยานพาหนะมาใช้งาน จะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ลักษณะของสิ่งของที่ต้องบรรทุก งบประมาณ และความต้องการของแต่ละบุคคล สำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและไม่ได้ขนย้ายสิ่งของที่มีขนาดใหญ่มาก รถกระบะไฟฟ้าอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่ถ้าใครต้องขนของชิ้นใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ ตู้เย็น หรือวัสดุที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ รถกระบะแบบน้ำมันอาจตอบโจทย์มากกว่า
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
- โทรศัพท์ 092-333-0590
- LINE @sabai-ebike (คลิกเพื่อแอดไลน์)
- เลือกชมสินค้า : รวมสินค้าจากสบายรถไฟฟ้า
- เช็กสาขาใกล้บ้าน : ศูนย์บริการรถไฟฟ้าสบาย


